Exit เมื่อสายไป..

จะมีใครเชื่อไหมว่า.. สิ่งที่ทำให้ผมหลุดออกมาจาก Matrix มันเริ่มต้นจากเกมออนไลน์ที่มีชื่อว่า Eve Echoes? เราอาจจะเข้าใจ The Matrix กันคนละแบบ แล้วแบบของผมมันคือยังไง?
Exit เมื่อสายไป..

ผมมองออกไปไกลๆ ยังนอกหน้าต่าง...

หลังจากรายการ [#สภายาส้ม ตอนที่ 14](https://youtu.be/L0L3k4S6GtQ?si=hTCVszHGWIx6Ozvx) พึ่งจบลงไป มันชวนให้ผมอยากร่วมวงสนทนาในหัวข้อ #ExitTheMatrix หรือ #EscapeTheMatrix อะไรนั่นเหลือเกิน.. พยายามคิดว่าผมจะมีเรื่องอะไรมาเล่าได้บ้างนะ..

ไม่.. ผมไม่อยากได้แก้วรางวัลของเทนโด้ มันควรเป็นเพื่อนๆ คนอื่นๆ ในคอมมูนิตี้ #Siamstr ของเราที่ได้ไปครอง แต่ผมเห็นคุณค่าของกิจกรรมนี้อย่างลึกซึ้ง ผมอยากเห็นหลายคนลุกขึ้นมาถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเอง.. นั่นก็รวมถึงตัวผมเองด้วย

นั่นสินะ.. เราไม่เคยเล่าเรื่องของเราให้ใครฟังมาก่อนเลย

> เรามีเรื่องอะไรน่าสนใจอย่างงั้นเหรอ?

Matrix ของเราจะมีหน้าตาคล้ายคลึงกับ Matrix ของคนอื่นๆ หรือเปล่านะ?

ผมพยายามตีความคำๆ นี้ในแบบของตัวเอง จนพบว่า "Matrix" ในแบบของผม มันคือ "บางอย่างที่อยู่ในหัว" ของผมนี่เอง มันไม่ใช่สิ่งของ วัตถุ คำสั่ง หรือสังคมอะไรทั้งนั้น สำหรับผมมันคือ "ชุดความคิด" ที่ทำให้เรามองโลกใบนี้ในแบบที่ต่างออกไป

### ทำไมผมคิดแบบนั้นน่ะเหรอ?

ก็เพราะเมื่อตอนที่เรายังอยู่ท่ามกลาง Matrix และตอนที่เราได้พบว่าตัวเองหลุดออกจากมันมาแล้ว แท้จริงแล้วเรายังคงยืนอยู่บนโลกใบเดิม สังคมเดิมๆ ผู้คนรอบกายหน้าเดิมๆ วัตถุสิ่งของรอบตัวล้วนเหมือนเดิมทุกประการ แต่มันเป็น มุมมอง-ความคิด ของเราต่างหากที่เปลี่ยนไป..

ผมเคยคิดว่าตัวเองหลุดออกมาจาก "Matrix" ได้เมื่อ 10 กว่าปีก่อน

เมื่อครั้งที่ผมกำลังลุ่มหลงกับการลงทุนใน Traditional Investment ผมกลายเป็นนักวิเคราะห์ธุรกิจมือฉกาจ เป็นนักวางแผนคาดการณ์ที่หาตัวจับยากในยุคนั้น (ในแวดวงของตัวเอง) ผมมีโอกาสได้สอนคนดังๆ คนรวยๆ ในเรื่อง "การลงทุนหุ้น", เป็นที่ปรึกษาการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่, การจัดตั้งและบริหารบริษัทต่างๆ ฯลฯ สารพัดเต็มไปหมด

ผมพบว่าตัวเองมีตำราแทบทุกเล่มเกี่ยวกับศาสตร์ในด้านนี้

ผมอ่านเยอะ แตกฉาน และพยายามเผื่อแผ่ ..ซึ่งมันน่าอนาถยิ่งนัก

ถ้าเราเรียกอาการของคนที่กำลังหลงอยู่ในโพรงกระต่ายบิตคอยน์ว่า "Down the Rabbit hole" ตัวผมเองในตอนนั้นก็คงจะเรียกได้ว่า "Deep-down the Fucking (Hell) hole" เลยกระมัง..

ณ ขณะที่เรากำลังคิดว่า "เราเจ๋ง" เหลือเกินนั้น เราไม่เคยรู้ตัวเลยสักนิดว่าเรากำลังดำดิ่งลงไปใน "โพรงแห่งกับดักนรกของโลก Fiat" เรากำลังฆ่าตัวเองอย่างช้าๆ และกำลังผ่องถ่ายพลังงานของเราเพื่อนำไปหล่อเลี้ยงระบบสามานย์นี้ทีละเล็กทีนะน้อย เราที่คิดว่าตัวเองเก่งเสียเต็มประดา กำลังถูกหัวเราะเย้ยหยันจากใครสักคนในมุมมืด

> เรามันก็แค่ "หนูตัวใหญ่" ในระบบที่ถูกออกแบบเอาไว้ให้ทุกคนต้องกลายเป็น "เหาในขวดโหล" เพียงเท่านั้น

![image](https://yakihonne.s3.ap-east-1.amazonaws.com/d830ee7b7c30a364b1244b779afbb4f156733ffb8c87235086e26b0b4e61cd62/files/1693561338734-YAKIHONNES3.png)

ความขยะแขยงในภาพอดีตของตัวเอง ทำให้ผมไม่เคยเปิดเผยเรื่องนี้กับใครเลย แม้กับน้องๆ ในทีม Right Shift ก็คงได้ฟังแค่เพียงผ่านๆ ไปคร่าวๆ เท่านั้น ผมเลือกจะลืมเรื่องพวกนี้ให้สิ้น ลบมันออกจากอดีต และทำราวกับว่า.. ผมคือคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรในเรื่องพรรค์นี้สักเท่าไหร่..

มันไม่ง่ายที่จะทำแบบนั้น เพราะตัวเราเองก็รู้อยู่เสมอว่าเราเคยผ่านประสบการณ์อะไรมา

ผมเคย "เกลียดงานประจำ" อย่างเข้าไส้ในตอนนั้น ผมแช่งและชังระบบราชการที่ตัวผมเองก็ฝังหนอกอยู่กับมัน ผมมักวิจารณ์ทุกเรื่องรอบๆ ตัว อะไรก็ตามที่ไม่ค่อยเข้าตา ผมไม่เคยรู้สึกว่าระบบราชการจะพัฒนาไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่

ผมเกลียดชังเพื่อนร่วมงานเกือบจะทุกคน ทั้งที่พวกเขาก็ไม่ได้ประพฤติอะไรต่างไปจากตัวผมนัก ผมเองก็ไม่ได้มีอะไรดีไปกว่าพวกเขา เพราะผมได้ก็เอาเงินจากอนาคตมาใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย สนองความต้องการต่างๆ นานาของตัวเองจนสาแก่ใจเหมือนพวกเขาเช่นกัน.. เราพยายามจะเกลียดทุกๆ อย่างรอบๆ ตัวเรา.. เราไม่เคยคิดว่าโลกนี้จะมีอะไรดีเลย

> ### แต่สิ่งเดียวที่เราไม่เคยอยากเกลียด คือ ตัวเราเอง และนั่นแหละคือ "The Matrix" ที่แม่งเหี้ยมโหดและทารุณอย่างที่สุด

เพราะสิ่งเหล่านี้มันทำให้เราต้อง "จมอยู่กับความทุกข์" อย่างแสนสาหัส ทุกข์ที่ไม่ได้มีใครก่อขึ้นมาเลย ก็นอกเสียจากตัวเราเอง

> เรานี่เอง คือ ต้นตอของปัญหาทั้งหมดทั้งมวล ที่กำลังรุมสกรัมชีวิตของเราเองอย่างบ้าคลั่ง

เราขยันเติม "พลังลบๆ" เข้ามาในชีวิตแต่ละวัน เราเติมมันด้วยตัวเราเอง และมันถาโถมทำลายจิตใจด้านบวก กัดกร่อนความสุขในการมองโลกของเราลงในทุกเมื่อเชื่อวัน

> เรานี่เอง คือ คนที่วาดภาพของโลกอันเสื่อมทรามขึ้นมาในจินตนาการของตัวเอง

## เกือบ 10 ปี ที่ชีวิตผมต้องจมอยู่ใน "The Matrix in mind"

ผมเริ่มรู้สึกอ่อนล้า.. ผมผละออกมาจากตลาดหุ้น หนีความวุ่นวายของผู้คน และเริ่มเฟดตัวเองออกจากคนรอบตัว ผมเริ่มหันมาคุยกับตัวเองมากขึ้น นั่งอยู่คนเดียวในแต่ละวัน และไม่พยายามยินดียินร้ายไปกับใคร ผมมีเพื่อนลดลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผมพบว่าผมเหลือเพียงตัวคนเดียว..

ฟังดูราวกับว่า.. การเหลือตัวคนเดียว ไม่น่าจะใช่ทางออกที่ดี

แต่สำหรับผมมันช่างดีเหลือเกิน พลังลบๆ รอบตัวมันเริ่มลดน้อยถอยลงจนในที่สุดมันก็หายไป ผมพบว่า "มันเป็นตัวเรา" นี่เอง ที่พยายามเอาตัวเองไปผูกไว้กับเรื่องของคนอื่น เราเอาตัวเองไปผูกโยงกับทุกเรื่องจนเกินความจำเป็น ทั้งที่เมื่อทำไปแล้วมันก็ไม่เคยจะให้พลังบวกหรือให้ประโยชน์อะไรกับตัวเองสักเท่าไหร่..

ผมได้ "เวลาชีวิต" กลับคืนมามากโข ได้เวลาว่างๆ กลับมาในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันทำให้ผมมองหาสิ่งใหม่ๆ "หลุมกระต่าย" ใหม่ๆ เพื่อพาตัวเองกลับไปหาพลังบวกอีกสักครั้ง..

ผมพบว่าการเลิกบ่นให้กับเรื่องรอบๆ ตัว แล้วพยายามอยู่กับมันให้ได้อย่างคนที่เข้าใจความเป็นไป มันช่วยให้ผม "หัวโล่ง" และมีเวลาไปหาความสุขใส่ตัวในเรื่องอื่นๆ ได้มากขึ้นเยอะเลย

จนกระทั่งผมได้หลงจับพลัดจับผลูเข้าไปในเกมมือถือที่มีชื่อว่า ["EVE ECHOES"]("EVE Online"(https://www.eveonline.com/) ที่แห่งนี้เอง คือ จุดเปลี่ยนของชีวิตผมอย่างแท้จริง

![image](https://yakihonne.s3.ap-east-1.amazonaws.com/d830ee7b7c30a364b1244b779afbb4f156733ffb8c87235086e26b0b4e61cd62/files/1693562535999-YAKIHONNES3.jpg)

### ประตูบานแรกที่ได้พาผมออกจาก "The Matrix"

มันฟังดูแปลกๆ ที่เกมอย่าง EVE ECHO คือสิ่งที่ให้มุมมองใหม่ ๆ กับผมอย่างมหาศาล

ในวันเริ่มต้น.. ผมพบว่าตัวเองเป็นเพียงนักบินอวกาศตัวเล็กๆ เป็นฝุ่นจางๆ ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ของตัวเกม แต่ในวันสุดท้ายที่ผมจากเกมนี้มา ผมได้พาตัวเองไปอยู่บนจุดสูงสุดของจักรวาลเกม สูงที่สุดเท่าที่เกมเมอร์ไทยสักคน (ในเกมตอนนั้น) จะทำได้.. ผมถูกทาบทามให้เป็น Director ของ Corporation ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเซิฟเวอร์เกม ณ จุดนั้นเองที่ทำให้ผมได้ตระหนักว่าผมเป็นใคร และผมควรพาตัวเองไปทำอะไรต่อจากนี้

แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะนำมาเล่าอวดอ้าง มันมีบางอย่างที่ได้กลายมาเป็นไอเดียตั้งต้นของคอมมูนิตี้บิตคอยน์ของเราที่แฝงมากับประสบการณ์เกมของผมในตอนนั้น..

### อย่างแรกเลยคือ..

ผมได้ค้นพบในพลังของแพลตฟอร์มอย่าง ["Discord"](https://discord.com/) ผมได้อยู่ร่วมกับชาวต่างชาติหลาย Corporation ที่ Role play การเล่น และสร้างคอมมูนิตี้ของพวกเขาขึ้นมาโดยรีดเค้นเอาศักยภาพของ Discord ออกมาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยแบบสุดๆ

พวกเราลองนึกถึงการวางแผนและการจัดการกองทัพอวกาศในสงครามที่มีหลายฝั่งเข้าห้ำหั่นกันออนไลน์ และแต่ละฝั่งก็มีคนเข้าร่วมมากเป็นหลักพันคนดูสิครับ การจัดการกลยุทธ์การรบแบบเรียลไทม์เพื่อให้ทัพของตัวเองมีประสิทธิภาพมากที่สุดแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย และ Discord ได้เข้ามาทำให้ผมได้เห็นทางออกในเรื่องนี้ และผมก็นำเอา Discord มาใช้จนถึงปัจจุบัน

### อย่างที่สอง...

ความหมกมุ่นและเอาจริงเอาจังของเกมเมอร์ชาวต่างชาติ มันทำให้ผมได้สติว่า ผมที่เคยคิดว่าตัวเองเก่งกาจในอดีตช่างเทียบอะไรไม่ได้เลยกับความลุ่มหลงในบางสิ่งบางอย่างแบบที่พวกเกมเมอร์ชาวต่างชาติเขามีกัน ผมได้เรียนรู้หลักการกระจายอำนาจมาอย่างไม่รู้ตัว (ก่อนจะรู้จักลงลึกกับบิตคอยน์เสียอีก) ผมได้เห็นวิธีการ "เชื่อใจ" และทำงานกันเป็นทีม ความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบที่เห็นแล้วก็รู้สึกอายตัวเองเหลือเกิน ผมเห็นถึงวิธีการสร้างชุมชนให้เข้มแข็งและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

> นี่มันแค่เกมเองนะ!! มันทำให้ผมอินและมองเห็นอะไรได้ขนาดนั้นเลยเหรอ?

ใช่ครับ.. มันเป็นไปแล้ว พฤติกรรมมุ่งสู่ความสำเร็จในภาพใหญ่ และยืนอยู่บนกลยุทธ์ที่นำไปสู่ความยั่งยืนของคนเหล่านี้ ได้สอนให้ผมเข้าใจว่าตัวเราเล็กเกินกว่าจะคิดว่าเราใหญ่ เราไม่สามารถทำงานใหญ่ได้ด้วยตัวคนเดียว และชีวิตมันมีอะไรให้เราได้ค้นหาอีกมากมายเกินกว่าที่เราจะเคยจินตนาการกันได้

พวกเขาแทบไม่มีใครทำเพื่อตัวเอง พวกเขาวางแผนการทุกอย่างกันจริงจังเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกันของส่วนร่วม พวกเขาไม่เคยหยุดพยายาม และไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคขวากหนามตามรายทาง ..มันสุดยอดจริงๆ ผมก็ไม่เคยคิดมาก่อนเหมือนกันว่าชีวิตจะได้เจอกับอะไรแบบนี้

และนั่นคือหลักการแนวคิดที่เริ่มติดตัวผมมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ เป็นที่มาของวิธีการทำงานบนความสุขเต็มเปี่ยมแบบทีม Right Shift และเป็นส่วนหนึ่งในแนวทางการผลักดันคอมมูนิตี้บิตคอยน์ในแบบที่พวกเราได้เห็นกัน ลากยาวมาจนถึง Nostr ในตอนนี้

### อย่างที่สาม..

ผมได้เจอกับ "ผู้ที่ป้ายยาส้มผมคนแรก" ในเกม EVE ECHOES นั่นคือ พี่เป็ด (ped66@rightshift.tp) บิตคอยเนอร์รุ่น OG (ปัจจุบันคือพี่ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังของทีมงาน Right Shift) พี่เป็ด คือคนที่ค่อยๆ สอนสอดแทรกหลักสัจธรรมเข้ามาในหัวผมเป็นระยะๆ จนกระทั่งเมื่อเขารู้สึกว่าผมพร้อม พี่เป็ดก็เริ่มปฏิบัติการป้ายยาส้มผมมาทีละนิดๆ

แม้ต้องใช้เวลานานถึง 2-3 ปี กว่าจะ Orange pill ผมได้สำเร็จ กว่าที่ผมซึ่งเต็มไปด้วยแนวคิดเฟียตๆ ในตอนนั้นจะตื่นรู้ แต่ก็นับว่าเป็นความทรงจำล้ำค่าที่ผมคงไม่มีวันลืมไปทั้งชีวิต

> The Matrix exit door ถูกเปิดออกนับแต่นาทีนั้น.. นั่นคือจุดเริ่มต้นเรื่องราวของ Jakk Goodday

![image](https://yakihonne.s3.ap-east-1.amazonaws.com/d830ee7b7c30a364b1244b779afbb4f156733ffb8c87235086e26b0b4e61cd62/files/1693563507712-YAKIHONNES3.png)

## Exit เมื่อสายไป?

การก้าวออกจาก Matrix ในวัยเกือบๆ 37 (ในตอนนั้น) ผมเองก็เคยต้องกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยๆ อยู่เหมือนกัน

- เรารู้จักเรื่องนี้ช้าไปหรือเปล่า?

- เรา Exit ช้าไปไหม?

- มันจะดีกว่านี้ไหมถ้าเราได้ออกมาจากระบบความคิดเน่าๆ ได้ไวกว่านี้?

อย่ากระนั้นเลย..

ผมพบว่ามันป่วยกาล ที่เราจะมานั่งหาคำตอบเพื่อแก้ไขอดีตที่เราไม่เคยพึงพอใจ อดีตมันมีคุณค่ากับเราเสมอไม่ว่ามันจะดีหรือร้าย อดีตช่วยสร้างและหลอมเราให้เราได้กลายเป็นตัวเราในวันนี้ อดีตที่เลวร้ายทำให้เรามองเห็นอนาคตที่เราจะไม่มีวันยอมให้ตัวเองเป็นเช่นนั้นอีก อดีตอันสดใสจะคอยตอกย้ำให้เราระมัดระวังในการใช้ชีวิต เตือนสติให้เราไม่ลุ่มหลง ระเริงไปกับความสำเร็จจนหยุดพัฒนาตัวเองหรือเรียนรู้

> สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นงดงามเสมอ

หลักการและแนวคิดในทุกแง่มุมที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของบิตคอยน์ มันช่วยให้ผมค้นพบหนทางแห่งการดับทุกข์บนโลกเฟียต มันพาให้ผมออกมาจาก The Matrix ได้เพียงแค่เปลี่ยนความคิดและพฤติการณ์ของตัวเองเท่านั้น

ทุกอย่างรอบกายยังคงเหมือนเดิม..

มันคือสิ่งที่ครั้งหนึ่งเราเคยเรียกมันว่า "The Matrix" มันไม่มีอะไรที่ต่างออกไปจากที่เคยเป็น.. ทุกสิ่งบนโลกยังคงหมุนรอบตัวเราอยู่เสมอ.. สิ่งเดียวที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราหลุดออกมาจากมันได้แล้ว ก็คือ "ชุดความคิด" และ "มุมมอง" ของเราที่เริ่มเปลี่ยนไป..

### แค่เปลี่ยนความคิด โลกก็เปลี่ยน..

บิตคอยน์ได้มอบอะไรให้ผมมากกว่าแค่เรื่อง "Wealth"

ถ้าคุณได้รู้จักหรือใกล้ชิดกับผมมากกว่านี้ คุณคงจะพอเข้าใจได้ว่าทำไมผมจึงแทบไม่พูดถึงการลงทุน วิธีหรือแนวทางการลงทุน แม้กระทั่งราคา หรือเทคโนโลยีของตัวบิตคอยน์เลย

> เพราะสิ่งเหล่านั้นจะมีความหมายอะไรเล่า.. ถ้าวิธีคิดของเรายังไม่เคยหลุดพ้นจาก Matrix และ เรายังคงถูกครอบงำอย่างเบ็ดเสร็จโดยระบบเฟียต

วันนี้ผมกลายเป็นคนที่ทำตัวติดดินจนหญ้ามาเลย์ยังต้องอาย

- ผมพูดน้อยกับคนรอบตัวในเรื่องไร้สาระ (ที่ผมคิดว่ามันไม่เกิดประโยชน์กับใคร) แต่พูดมากเฉพาะในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น

- ผมชวนให้ทุกคนนึกคนรุ่นหลังมากกว่าตัวเอง ชวนให้ทุกคนสร้าง Legacy บางอย่างทางความคิดเพื่อส่งต่อให้พวกเขามีชีวิตในสังคมที่ดีกว่า

- ผมปัดตกทุกความคิดที่มุ่งสู่ผลกำไรโดยไม่ได้มอบคุณค่าอะไรให้กับผู้จ่ายเลย ทุกความคิดที่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนไม่ใช่สิ่งที่ผมเทิดทูน

- ผมเก็บตำราเก่าๆ ทุกเล่มที่เคยอ่านเข้ากรุไป ต่อหนูเยี่ยวใส่ผมก็ไม่แคร์ ผมกด Delete ทุกความเชื่อที่เคยมีออกจากไขสมอง ถ้าจะมีบ้างที่ผมหยิบเอาหนังสือพวกนั้นออกมา ก็คงเพราะเอามาวางเป็น Prop ในการ LIVE เพียงเท่านั้น

- ผมไม่เคยทำเก่งอีกเลย ถ้าจะต้องทำตัวให้โง่ผมก็ยอมทำ และคอยย้ำเตือนตัวเองเสมอว่าเราก็แค่เพียงคนธรรมดาที่ไม่ได้มีความวิเศษวิโสไปกว่าใคร ผมพยายามทำตัวเองให้เล็กที่สุดเพื่อให้ทำการณ์ใหญ่ได้สำเร็จ

- ผมหยุดหลอกตัวเองว่าเรากำลังมีความสุข ถ้าผมไม่ได้กำลังทำในสิ่งที่จะช่วยให้ผมมีความสุขกับมันได้จริงๆ ผมถามตัวเองทุกครั้งเมื่อต้องลงมือทำบางอย่าง ว่าสิ่งนั้นจะมอบพลังบวกหรือให้พลังลบเข้ามาบั่นทอนเรา

- ผมบอกตัวเองว่าชีวิตมันก็คงหนีไม่พ้นการต้องกด Restart อยู่บ่อยๆ การทำสิ่งใดเพื่ออนาคตที่ดีกว่านั้นไม่เคยสาย มันจะสายก็ต่อเมื่อเราพึ่งคิดได้ในห้วงลมหายใจสุดท้ายของชีวิต..

- ฯลฯ

ผมได้ฉายาจากน้องๆ ในทีมว่า Jakk 8-hour ก็เพราะผมเป็นคนประเภทที่พ่นออกมาได้เรื่อยๆ หาที่ลงไม่เคยได้ และตอนนี้ผมก็เริ่มได้สติแล้วว่า บทความนี้ชักจะยาวเกินไปแล้ว ผมคงต้องขมวดและปิดท้ายมันได้สักที...


> ### คุณแค่หลับตาลง แล้วนึกถึงความย่ำแย่ของตัวเองในอดีต หาให้เจอว่าอะไรทำให้คุณรู้สึกเป็นทุกข์ เมื่อคุณค้นพบสาเหตุ คุณจะเริ่มบอกตัวเองว่าคุณจะจัดการกับมันอย่างไร เมื่อเข้าใจแล้วจงลืมตาขึ้นมา..

> ### สิ่งที่คุณมองเห็นนับจากนี้จะไม่ใช่ The Matrix อีกต่อไป


อย่าลืมเขียนเรื่องราว #ExitTheMatrix #EscapeTheMatrix ของคุณออกมาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ บอกพวกเราว่า Bitcoin ช่วยให้คุณหลุดพ้นได้ยังไง..

เทนโด้รอจะแจกแก้วให้คุณอยู่นะครับ (สวยอะ)

![image](https://yakihonne.s3.ap-east-1.amazonaws.com/d830ee7b7c30a364b1244b779afbb4f156733ffb8c87235086e26b0b4e61cd62/files/1693564978159-YAKIHONNES3.jpg)


No comments yet.