ข้อดี #เงินฝืด มุมมองเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียน
ข้อดี #เงินฝืด มุมมองเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียน
เศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียน มองเศรษฐกิจจาก “การกระทำของมนุษย์” (Human Action) โดยเน้นที่การตัดสินใจของแต่ละบุคคล ท่ามกลางทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด บทความนี้จะพาไปสำรวจข้อดีของ “ภาวะเงินฝืด”(deflation) หรือภาวะที่ราคาสินค้าและบริการลดลงเรื่อยๆ ซึ่งอาจฟังดูแปลก เพราะเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก มักมองว่าเงินเฟ้ออ่อนๆ ต่างหากที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มาดูกันว่าทำไมสำนักออสเตรียนถึงคิดต่าง
- #กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น - ในภาวะเงินฝืด มูลค่าของเงินจะเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าและบริการได้มากขึ้นด้วยเงินจำนวนเท่าเดิม เช่น สมมติว่าคุณมีเงิน 100 บาท และราคาขนมปังอยู่ที่ 10 บาท คุณสามารถซื้อขนมปังได้ 10 ก้อน แต่ถ้าเกิดภาวะเงินฝืด ราคาขนมปังลดลงเหลือ 8 บาท คุณก็สามารถซื้อขนมปังได้ 12.5 ก้อนด้วยเงินจำนวนเท่าเดิม นี่เป็นผลดีต่อผู้บริโภคโดยตรง โดยเฉพาะผู้มีรายได้คงที่ เพราะกำลังซื้อของพวกเขาจะเพิ่มขึ้น ตามหลักการของเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียนที่ว่ามูลค่าเป็นสิ่งอัตวิสัย (Subjective Value) ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แม้ว่าราคาสินค้าจะลดลง แต่ถ้าผู้บริโภครู้สึกว่าสินค้าชิ้นนั้นยังคงมีมูลค่า พวกเขาก็ยังคงซื้อ
. 2. #ส่งเสริมการออม - เมื่อเราคาดการณ์ได้ว่าราคาสินค้าจะลดลงในอนาคต ผู้คนมีแนวโน้มที่จะชะลอการซื้อและเก็บออมมากขึ้น เพราะพวกเขาสามารถซื้อสินค้าได้มากขึ้นในอนาคตด้วยเงินจำนวนเท่าเดิม พฤติกรรมนี้สอดคล้องกับแนวคิด Time Preference ที่ว่ามนุษย์มีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับความพึงพอใจในปัจจุบันมากกว่าอนาคต แต่ในภาวะเงินฝืด การเลื่อนความพึงพอใจไปในอนาคต (การออม) กลับให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า การออมที่เพิ่มขึ้นยังเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยการออมที่เพิ่มขึ้นจะทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น และนำไปสู่การลดลงของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการลงทุนในระยะยาว
. 3. #กระตุ้นการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ - ภาวะเงินฝืดทำให้ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงต้นทุนและผลกำไรอย่างรอบคอบมากขึ้น เนื่องจากราคาสินค้าและบริการลดลง การลงทุนในสิ่งที่ไม่มีประสิทธิภาพจะทำให้ขาดทุนได้ง่าย ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องมุ่งเน้นการลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพในการสร้างผลกำไรอย่างแท้จริงและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียนเน้นเรื่องการคำนวณทางเศรษฐกิจ (Economic Calculation) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ผู้ประกอบการใช้ในการตัดสินใจลงทุน และภาวะเงินฝืดทำให้การคำนวณนี้แม่นยำขึ้น เพราะราคาที่ลดลงสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่ถูกบิดเบือนจากเงินเฟ้อ ส่งผลให้การจัดสรรทรัพยากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น
. 4. #ลดความผันผวนของวัฏจักรเศรษฐกิจ - เศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียนมองว่าภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากการแทรกแซงของธนาคารกลางในการเพิ่มปริมาณเงิน เป็นสาเหตุสำคัญของวัฏจักรเศรษฐกิจ (business cycle) การเพิ่มปริมาณเงินทุนที่ไม่ได้มาจากการลดการบริโภคจริง จะนำไปสู่การลงทุนที่ผิดพลาดและเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในที่สุด ในทางตรงกันข้าม เงินฝืดที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตไม่ได้สร้างความบิดเบือนให้กับตลาดทุนและไม่นำไปสู่วัฏจักรเศรษฐกิจ เพราะการลดลงของราคาสินค้ามาจากการที่สินค้าและบริการมีมากขึ้น ไม่ใช่การที่เงินมีมูลค่าลดลง
. 5. #ส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยี - เพื่อให้สามารถแข่งขันและทำกำไรในภาวะเงินฝืด ผู้ประกอบการต้องหาวิธีลดต้นทุนและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อแข่งขัน ซึ่งต้องอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ตัวอย่างเช่น ในช่วง Industrial Revolution มีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น และราคาสินค้าลดลง
. 6. #เสริมสร้างวินัยทางการเงิน - ภาวะเงินฝืดบังคับให้รัฐบาล ธุรกิจ และประชาชน ต้องมีวินัยทางการเงิน ไม่สามารถพึ่งพาการก่อหนี้หรือการพิมพ์เงินเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ เพราะการพิมพ์เงิน ตามทัศนะของเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียน เป็นการ “ขโมย” ความมั่งคั่งจากประชาชนทางอ้อม
. 7. #สะท้อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี - เงินฝืดที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิต เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและประสิทธิภาพในการผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว การที่สินค้ามีราคาถูกลง เป็นผลมาจากการใช้เทคโนโลยีและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุปแบบสั้นๆ…เศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียนมองว่า ภาวะเงินฝืด ที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิต เป็นปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรมชาติ และเป็นประโยชน์ในระยะยาว แม้ว่าในระยะสั้นอาจทำให้ธุรกิจบางส่วนต้องปรับตัว แต่การแทรกแซงของรัฐบาล เช่น การพิมพ์เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและอาจสร้างความเสียหายในระยะยาว ในขณะที่ภาวะเงินฝืดจะกระตุ้นให้เกิดการปรับตัว การลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน อ้างอิงจากหนังสือ Principles of Economics อ.Saifedean Ammous